Tuesday, June 7, 2016

อดีตชาติกับการเปลี่ยนแปลงอนาคต‏

จากประสบการณ์ในการทำพลังงานบำบัดเรกิที่สั่งสมมาหลาย 7 ปีที่ผ่านมา มีหลายต่อหลายครั้งที่ผมต้องพาคนที่เข้ารับการบำบัดกลับไปยังอดีต อดีตในที่นี้ไม่ใช่แค่ในชาติปัจจุบันแต่ยังไปในอดีตชาติด้วยซ้ำไป มีหลายท่านถามผมว่ามีความจำเป็นจะต้องย้อนกลับไปอดีตชาติจริงหรือเพื่อที่จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงหรือผลลัพธ์และเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ คำตอบคือมันแล้วแต่กรณีแล้วก็แล้วแต่บุคคลด้วย ในบางคนแค่ความตั้งใจก็นำมาสู่ความสำเร็จได้โดยง่ายด้วยการลงมือทำ แต่ก็มีอีกหลายคนที่มีความตั้งใจ แต่ก็เจออุปสรรคต่างๆนานาไม่ว่า เพื่อที่จะหายจากโรคภัยที่เป็นอยู่ เพื่อแก้ปัญหาความเครียด เพิ่มลดความโกรธ หรือปัญหาที่มีในความสัมพันธ์ แม้กระทั่งเพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับการเงินและการงาน ความรัก ครอบครัว และความสุขสมบูรณ์ ของร่างกายและจิตใจ ถ้าเรานึกว่าอดีตปัจจุบัน และอนาคต เป็นเส้นเดียวกัน และกำลังเกิดขึ้นอยู่เหมือนกัน อะไรที่เกิดอยู่ในอดีต กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน และกำลังจะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต ทั้งนี้และนั้นการเปลี่ยนแปลงปัจจุบันในบุคคลส่วนใหญ่ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว แต่ว่าในหลายกรณีกลับยังไม่เพียงพอ หลายต่อหลายครั้งเราต้องกลับไปแก้อดีตและทำความเข้าใจเพื่อที่จะนำมาซึ่งความปรารถนาที่เป็นจริงในอนาคต 



บางครั้งเราต้องการเปลี่ยนแปลงปัจจุบันและอนาคตแต่ก็รู้สึกว่ามีอะไรมารั้งเราไว้ไม่ว่าจะเป็นความคิดเก่าเก่า ความเชื่อเก่าๆ นิสัยเก่าๆ หลายต่อหลายครั้งเราพยายามทำความเข้าใจกับตรงนี้ แม้กระทั่งในวัยเด็กของเราจนกระทั่งกลับไปยังในครรภ์มารดา วิทยาศาสตร์ก็พิสูจน์แล้วว่าความคิด และจิตใต้สำนึกต่างๆของมนุษย์ เริ่มถูกสร้างขึ้นแม้กระทั่งตอนที่อยู่ในครรภ์ของมารดา มีหลายเทคนิคด้วยกันที่พาเรา ไปสัมผัสกับประสบการณ์ และปลดปล่อยความคิดอารมณ์ และความกลัวต่างๆ ตั้งแต่ต้นตอ หรือจะเรียกว่าการแก้กรรมนั้นเอง เพื่อนำไปสู่อนาคตที่สว่างมากขึ้นและปัจจุบันที่ปลื้มปิติมากขึ้น แต่ก็ยังมีอีกมากครั้งที่หาต้นตอสาเหตุจากชีวิตปัจจุบันไม่ได้ ในกรณีแบบนี้การแก้ปัญหาโดยใช้เทคนิค past life regression, past regression, hypnosis, timeline therapy หรือวิธีการReikiแบบประยุกต์ ฯลฯ สามารถพาท่านไปเรียนรู้ต้นตอ แก้ปัญหาและเปลี่ยนแปลงระบบจิตสำนึกและจิตใต้สำนึกได้ 

หลายท่านถามว่าสามารถทำเองได้ไหม จริงๆแล้วก็สามารถทำได้ครับ แต่จำเป็นจะต้องมีประสบการณ์ ในการฝึกจิตและมีสมาธิมากพอ โปรดใช้วิจารณญาณก่อนทำเทคนิคต่างๆเหล่านี้ เพราะถ้าท่านไม่สามารถบำบัดออกไปได้หมด ส่วนหนึ่งส่วนใดของจิตของท่านอาจจะยังค้างอยู่ในอดีตได้ ซึ่งไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ แต่กลับก่อให้เกิดโทษด้วยซ้ำไป หากเป้าหมายต่อการบำบัดแน่ชัด การบำบัดโดยวิธีที่กล่าวมาจะสามารถช่วยเปลี่ยนอนาคตของคุณให้ไปทางที่ดีขึ้นได้ รวมทั้งลักษณะพฤติกรรมที่จะนำไปสู่เป้าหมายและความฝันที่ท่านตั้งตั้งไว้ในที่สุด

Saturday, May 7, 2016

How to: การแก้ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการเงิน

วันนี้ผมอยากจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องการแก้ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการเงิน หลายต่อหลายครั้งที่ผมเจอปัญหาของผู้ที่เข้ามาบำบัดในหลายท่านที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการเงิน บางคนอาจจะอยากรู้ว่าเรกิสามารถ แก้ปัญหาตรงนี้ได้หรือไม่ จริงๆแล้วมันสามารถทำได้ในหลายกรณีโดยใช้ร่วมกับวิธีอื่นๆอีก ยังมีวิธีการอื่นๆอีกมากโดยเฉพาะเทคนิค NLP, Past Regression ฯลฯ ที่สามารถช่วยเราปลดล็อค เกี่ยวกับการเงินได้ ซึ่งผมได้ใช้ควบคู่กันร่วมกับเรกิและบริการใหม่ของผม

วิธีการที่ผมอยากจะแนะนำในวันนี้คือการพูดกับตัวเอง คุณอาจจะใช้วิธีนี้วันละ 2-3 ครั้ง ในแต่ละครั้งเราจะต้องพูดออกมาหลายๆรอบ จนเรารู้สึกดีและเห็นด้วยกับข้อความ โปรแกรมจิตจึงจะเข้าสู่ร่างกาย จิตใจ รวมทั้งประสาทสัมผัสต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลายต่อหลายครั้ง ปัญหาในเรื่องของการเงิน มาจากความผิดพลาดในอดีต ไม่ว่าจะเป็นในการทำธุรกิจ การงาน หรืออาจจะเป็นเรื่องครอบครัว ความเชื่อ ความกลัว ความลำบากในวัยเด็ก หลายครั้งเป็นความกลัวเรื่องเงิน บ่อยครั้งเป็นความเชื่อที่ปิดกั้นเงิน ในบางครั้งก็จะเป็นสิ่งที่ตามมา จากในอดีตชาติ หรือว่าเป็นสิ่งที่สืบทอดกันมา ปลูกฝังกันมาทางรหัสพันธุกรรมจากบรรพบุรุษ

คุณอาจตั้งข้อสงสัยว่าอะไรเป็นต้นตอของปัญหาด้านเงิน ต้นตอทั้งหมดมันอยู่ภายในเรา การทำการรักษาตัวเราจะต้องมาก่อน การรู้ตัว เข้าใจจิตภายในของเรา เปลี่ยนความคิด เปลี่ยนความเชื่อ เปลี่ยนการกระทำ เปลี่ยนคำพูด เลือกที่จะฟังสิ่งที่เป็นบวก แล้วผลลัพธ์ ก็จะเปลี่ยนตาม หลายต่อหลายครั้ง เราพยายามทำหลายอย่าง แต่ยังไม่ได้เปลี่ยนการกระทำเลย ผลลัพธ์ก็ยังเป็นเหมือนเดิม หลายต่อหลายครั้งเราเปลี่ยนการกระทำ แต่ยังไม่ได้เปลี่ยนความคิดหรือความเชื่อ ผลลัพธ์ก็ยังจะเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงจะต้องสอดคล้องกัน ในวันนี้ผมมีตัวอย่างคำพูดเพื่อเปลี่ยนแปลงความคิดตรงนี้ คุณจะต้องจินตนาการถึงผลลัพธ์ที่คุณต้องการไปพร้อมกับการพูดออกมาดังๆ ตามประโยคที่คุณเลือกใช้ คุณอาจจะใช้เวลาส่วนตัวในตอนเช้าพูดออกมาดังๆควบคู่ไปกับความรู้สึกที่มาจากใจ และการขยับของร่างกาย เพื่อให้ข้อความ เข้าไปทุกที่ทุกส่วน อวัยวะ กระแสเลือด และเส้นประสาท และระบบต่างๆของร่างกาย เพื่อเป็นการเปลี่ยนโปรแกรมใหม่ เปลี่ยนความคิดใหม่ซึ่งจะนำไปสู่การกระทำใหม่และผลลัพธ์รูปแบบใหม่ คุณควรจะใช้วิธีนี้เป็นอย่างน้อย40 วัน สำหรับหนึ่งประโยค ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงมันใช้เวลา การเปลี่ยนโปรแกรม การสร้างโปรแกรม การสร้างความเคยชิน อาจจะต้องใช้เวลา แต่คุณจะเห็นความแตกต่างได้ถ้าประโยคนี้มันเหมาะกับคุณภายใน 2 เดือน
คุณสามารถเปลี่ยนประโยคได้ ใช้เพิ่มเติมได้แล้วแต่ความต้องการโดยให้มันสอดคล้องกับใจ จิตสำนึกและจิตใต้สำนึกของคุณ และสิ่งที่คุณต้องการที่มาจากใจ ตัวอย่างของประโยค มีดังนี้ครับ

  • ฉันมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเงิน เงินรักฉัน และเติมเต็มกระเป๋าสตางค์ของฉันทุกเวลา
  • ฉันขอปลดปล่อยความรู้สึกผิด(กลัว)ที่จะรวย (หรือมีเงินเก็บ) ฉันสมควรสำหรับเงินที่เข้ามาโดยง่าย
  • เงินได้เข้ามาสู่ชีวิตของฉันจากช่องทางที่ได้คาดหวัง และช่องทางที่ไม่ได้คาดคิด
  • ฉันปลดปล่อยสิ่งที่ต่อต้านการดึงดูดเงินให้เข้ามา ฉันสมควรมีเงินเพิ่มขึ้นในบัญชีของฉัน
  • เงินเข้ามาในชีวิตของฉันโดยง่ายดายตลอดเวลา

อนึ่งอย่าลืมที่จะสร้างจินตนาการไปพร้อมกับคำพูด และเริ่มสร้างการกระทำที่นำไปสู่เป้าหมายที่มีเงินเพิ่มขึ้นด้วย ไม่เช่นนั้นแล้ว ผลลัพธ์ก็คงเกิดได้ยาก

Wednesday, October 23, 2013

More on the dragons...

I have been doing more research on the dragons and since I am a clairvoyance I could communicate with them too. I have found out an interesting things going on with their races and our Earth. 

In Hindu text, there was once a poisonous Naga living in a river. The river was full of poison, no animal or tree could be near. Krishna, an ascended master in Hindu, as a boy went into the river. The naga was trying to kill him but could not succeed. Krishna turned around and educate the Naga and his wives. The Naga family recognizes the teaching and choose to leave the river and transform themselves to serve for greater good instead.

In Buddhist text, a Naga after listening to Buddha teaching and are very drawn to the the Dharma transforms himself into a human and becomes a monk. One night during its sleep it returns to its true form. Other monks with him reported this to the Buddha. The Buddha conversed with this Naga and told him that no animal could be a monk or Sankha. The Naga was very disappointed. The Buddha then granted a boon to this Naga that in the next life this Naga is to be born as human so he can becomes a monk.

With the shift of the Earth in 2012 and energy changes in not only Earth alchemy, but also its inhabitants—both physical and etheric forms—we are called for help. As an ancient protector of the Earth, many dragons have fulfilled their duties and chosen to leave this plane. Many new ones also choose to be here to fulfill its own soul journey. It came through my connection with the Dragon races that they are asking us for help. Many of this Dragon has fulfilled their time and would like to be reincarnate as a human to help our Mother Earth in a unique way. Also many of the bad dragons are willing to change themselves and take a chance as a human being also. They would like to transform themselves to serve the light with a human body. Some of us might have been reincarnated as a dragon before in a far distant past. Your feelings and attractions towards them are there for a reason. It is because you have this wonderful connection with them.



It is a wonderful time to show our gratitude and love to them. It is time for us to understand them in a role as a protector and preserver of our universe. Many dragons have completed their soul journey during the current world cycle. It is time of many of them to continue different soul journey as a human being and a better citizen of the universe. They can offer many help in the next centuries to come once they have a body. They can be exceptionally skilled in psychic, healing abilities, and to help lifting our world for the next period of ascension to come that is a part of universal greater plan. This is so.

Thursday, September 26, 2013

Mountains do change people

Mountains around Katmandu Valley

After working for so long, it is perfectly human that we all need a holiday. In the past few years I committed to take one or two long holiday in a year. I love to make it long as I simply have to get away from craziness, noises, and pollution of Bangkok.


So this time I got an intuition to travel to Tibet. Travelling to Tibet is not easy. You cannot just pack your bag and go. You will need an entry permit along with a Chinese visa. The only way to get permit is to apply for a group tour. My higher mind told me to go to Nepal for that so I just went there with full faith that the Chinese government will welcome me despite the fact that I dislike the way they treated Tibet and its people.

After landing in Kathmandu, I had about a week in Nepal before all the travel documents were done. I spent my first day in the infamous Thamel street in the center of Kathmandu. This reminded me of Delhi 20 years ago-a lot of noices, people, and car horns everywhere. I told myself I need to get out of here seriously. I came here to get connection with Mother Earth and her nature’s inhabitants, not this. So I told my travel agent, I need to leave asap. They managed to get me last minute trekking guide to lead my way to the jungle, mountain, and villages around Kathmandu Valley.


It was indeed one of the lifetime experiences. I really love the mountain. At the height of 2,000 meter above sea level it might not be a good place to sleep or to walk too fast; though I managed myself. My first day I trekked for 17 km up and down the hills. It was not an easy journey but worth the view. It was not hot at all and quite cloudy which reminds me of a Cloud city in a movie. That was indeed a paradise on Earth.


Second day journey was intense. 20 km and walking pass the jungle. This is when my guide told me to hurry as he is probably scare of a Tiger. Well I am not really scare of the tiger as I know they would not come near me a lion anyway (HAHA very funny). Though that day I got myself injured with my long troubled left knee. Third day I walked to the other side of Kathmandu Valley and this was really hot. I ended up with sunburn on my head scalp (yes I just found out that it is possible since you cannot apply your sunblock on your scalp).  There was nothing to see much apart from mountain farming, villages life, and kids! Yes kids are really amazing. They are really nice and friendly. They walked pass you and just asking for Chocolate; though unfortunately I did not have any to share them. It is amazing to know that many of these kids spend anywhere between 1 – 2 hours a day to walk to school in the morning and same length of time walking back home. I have to say they really make an effort in their education and salute to their efforts!


Another great effort, I met a couple pilgrimage on my first they. They took over 20km pilgrimage which was a day journey just to go to Kathmandu city to visit a Buddhist temple, spent a night then take the same journey back. Pilgrimage is a part of Buddhism in this part of the world. They believe in taking difficult road as a way of faith and showing respect to the Buddha. They also believed that they learn and grow more spiritually if the road is long and dangerous. Some pilgrimage took 6 months journey from Tibet just to visit Dalai Lama in Dhasamsala, India!


From my experience of traveling alone to Nepal/Tibet, I got the say the mountain indeed changed me. I came back to Thailand leaving the part of the old me back somewhere along my journey. I believe I will need to visit a mountain more in the future for the trees, grounding, fresh and cleanse air, and also for purification. 

Friday, September 20, 2013

Understanding Dragons as the Earth's Protector

Wow its been a while. I have disappeared from the world for a while with my quest to Nepal and Tibet. I have come across magnificent cultures and experiences during those time. I could not help but to write and share story about Dragon. They are everywhere during my travel--pictures, scripture, arts, walls, and even in etheric forms!

Dragon is the oldest nature spirit on Earth. Their race can be traced back to the uprising of Earth itself. They are older than us human. Do they have a material body on Earth before? Yes they have. Where have they gone? They probably went extinct at some point along the old history of our world. If you look at most civilization around the world, Dragons or serpents can be seen everywhere. In Asia they are mostly seen as giant serpents. From India, Nepal, Thailand, Burma, Cambodia, Lao, they are known as Naga. They are the protectors of the elements and of the earth.


Dragon or Naga is believed to be a protector of water element in many Asian cultures. To this day, many parts in Asia conduct a Dragon or Naga ceremony annually to honor this magnificent creatures. Every year millions of people in India, Nepal, China, Tibet, Thailand, Lao, Cambodia pay their respect to the dragon and to show gratitude to them and to call them for protection. They believe that Dragon plays an important role with water elements which cover the rain, lake, river, ocean, carnal. Farmers around these countries conduct a ceremony to honor and say thanks for the water and ask them to keep the water cleanse and abundance.



Many cultures have different stories about dragons. Some good, some not so good, some classify them as demonic or even called them Satan, Serpents, Demons, etc. To broader your perspective, we human can be light and dark too. We can save lives or we can take lives; hence to justify that all dragons are bad would not give their archetype a justice. Dragons are one of the protectors of the Earth hence they deserve our gratitude just like Mother Earth. They are wonderful creatures. Just like us, there are both positive and negative dragons, and those that stay neutral.


Many western belief and folklore emphasizes a lot of negative traits of dragons, that they seek to harm and kill people, that they are not of the highest of good, etc. Each culture shares their experiences based on what happened in the past. There is another perspective to think about. Dragons are just like any other nature spirits. They live and serve their purposes. Sometime ago we human started hunting them down, some consider them as a trophy, some consider them as a triumph. At some point these dragons are anger at us because we hunt them! Many turned against us. This is the origin of the dark side of the dragon. They were all once good, but it was us that made many of them to turn to the dark. So that is an origin of stories in many cultures about demonic Dragons, Serpents, or Nagas.


I will surely continue my story about the Dragon again in the near future. So stay put!

Wednesday, July 31, 2013

Functions of the Energy Centers or Chakras?

In my line of work, I got to many people especially clients and students about Chakras. Many of them do not understand what is the Chakra while others have heard about Chakra but wonder what the functions of the energy centers or chakras are. I guess I have to share this basic information with you all here.

Chakra is based on Hindu and Tibetan spiritual science knowledge which could trace back to 7,000 years ago. It is one of the oldest medical information that we still have access to these days. The Indians and Tibetans have understand the concept of our human body very well, until science do discover new information about modern medicine in recent centuries. Overall if you have a look, you will find that conventional medicine is talking about the same thing in a concrete science way....as usual no surprise here!

Chakras seek to maintain the energy balances in the human body and optimize the function of every gland and organ. It's believed that these energy centers keep the life force energy — which is variously called Prana, Chi or Ki, in various eastern traditions — flowing unfettered and evenly distributed.

The lower six chakras serve as the energy components to enable bodily functions of cognition, respiration, circulation, digestion, reproduction and excretion. The brain has an additional center that controls the functioning of the whole being.

There is a direct relationship between energy depletion in the chakras and disease symptoms in the physical organs or system of organs. As the physical body function as a whole unit with the functions of the various organs and system being interdependent, it's believed that the energy system of the chakras also function as an interconnected network. One chakra being out of balance affects the other chakras and systems as well.

The channels that connect the chakras are called “meridians” or “nadis.” The most important of meridians - sushumna runs along the spinal cord of the human body. Two other important meridians are Ida and Pingala. The meridians serve as a conduit for the passage of Prana or Chi (meaning life force energy).

In many ancient eastern traditions, healing of the physical body involved allowing the life force energy to be unblocked in an affected chakra. Practices of yoga, pranayama, Qigong, tai chi, acupuncture are also centered around the energy model of promoting free flow of Pranic energy along the energy meridians.

Thursday, July 25, 2013

Metaphysics and Health Science

Image courtesy of stockimages / FreeDigitalPhotos.net
We are more than our physical bodies. We also have an energy body made up of our aura (energy fields), the chakras (energy centers) and the meridians (energy pathways). Like our physical body that takes in food to nourish and gain energy, our energy body does the same. The energy fields take energy in, the chakras break it down, and the meridians scatter it throughout the body.

Our body is comprised of energy vibrating at different speeds. Our physical body, thoughts, emotions, and spiritual center, all vibrate at a certain frequency or and speed. These various vibrations or pulsations create a field around them which are often referred to as our aura or energy field. The aura is an information center and a highly perceptual system that transmits and receives messages from the external and internal environment.

Each energy layer appears different and has its own individual function. Yet, they continuously interpenetrate each other as well as the physical body. These fields can be felt through the sense of touch. It is what we perceive or sense when we scan with our hands.

Chakras are invisible energy centers that control various physical organs and glands. There are seven major chakras connected by meridians called “Nadis.” Chakras are spinning wheels of energy centers in the human body. There are seven major chakras documented in many spiritual traditions including, Tibetan Buddhism, Hindu scriptures – Upanishads, Taoist yoga philosophies, Chinese healing, and in western alchemical tradition. Every human being is said to have an energy body along with the physical body. The ancients say that the chakras serve as a bridge between the physical and energy body. Hence, if anyone’s chakra is prolonged and congested due to emotion, mental, or spiritual traumas, it could create acute or chronic physical symptom after sometimes. 

The goal of holistic healing is to heal the body from the source of the problems or the traumas. Hence, in metaphysical truth the source of the traumas could go beyond physical as in emotional or spiritual issues. This is one of the reasons why people who takes special care of their physical body does not mean they have clear bill of health since they do not take care of their emotional or spiritual body very well. This is where the energy works, Reiki, comes in to heal the source of trauma; in other words, to heal the congested energy and promote physical and emotional detoxification to help the body heals itself physically, emotionally, and mentally.